Subie Scoop — 30/10/2019 at 9:07 AM

Diesel Boxer   …ครั้งหนึ่งของตำนานดีเซลสูบนอน

by

ท่ามกลางกระแสความต้องการรถยนต์ที่มีการปล่อยไอเสียต่ำลง และความเข้มงวดในเรื่องนี้ได้รับความใส่ใจตามโจทย์ภาวะลดโลกร้อน “เครื่องยนต์ดีเซล” กลายมาเป็นพระเอกขวัญบริษัทรถยนต์หลายเจ้า เมื่อกว่า 10 ปีก่อนหน้านี้สาวกดาวลูกไก่หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวเครื่องยนต์ดีเซลบ๊อกเซอร์ … แต่ก็ไม่ต่อยมีใครเจอตัวเป็นๆ สักที

Diesel Boxer  เป็นเรื่องที่ปิดฉากจบลงไป หลังจากซูบารุออกมาประกาศทิศทางของบริษัท ว่าจะไม่กลับไปคบเครื่องยนต์ดีเซลอีก และหลังจากนั้นทางซูบารุ ก็เดินหน้าปั้นระบบเครื่องยนต์ไฮบริด หยิบยืมข้าวของจากพันธมิตรโตโยต้ามาประกาศศักดา

เครื่องยนต์ดีเซลซูบารุ ไม่เหมือนค่ายอื่น พวกเขาไม่ยอมที่จะเอาเครื่องยนต์สูบเรียงมาทำตลาด ซูบารุ มีคยามตั้งใจในการสร้างเครื่องยนต์สูบนอนดีเซล และแม้วันนี้จะไม่มีทางที่คุณจะได้ซื้อพวกมันอีกครั้ง แต่เราอยากจะเก็บเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังเป็นความรู้รอบตัว …

ย้อนไปในปี 2007 เวลานั้น เครื่องยนต์ดีเซลกำลังเริ่มบูมในตลาดยุโรป รถยนต์หลายแบรนด์เริ่มพละเครื่องยนต์เบนซินมาสู่ขุมพลังอัดอากาศ ด้วยเหตุผลเรื่องการเผาไหม้สมบูรณ์ประกอบกับพละกำลังวังชาดีกว่า

เครื่องดีเซลบ๊อกเซอร์ได้รับการพัฒนาอย่างลับๆ ในรั้วซูบารุ มีเป้าหมายพิชิตใจคนยุโรปเป็นสำคัญ ทางค่ายดาวลูกไก่หวังว่าจะพอซื้อใจได้บ้าง

บ๊อกเซอร์ดีเซล รุ่นแรกของโลกเผยโฉมออกมาในงาน   Geneva Motor Show   ปี 2008 หรือกว่า 11 ปี ที่แล้ว เครื่องยนต์บล็อกนี้มีรหัสว่า  “EE20”   มันได้รับการพัฒนาจากเครื่องยนต์ 6 สูบนอน  รหัส  EZ30   ที่อยู่ในรถหลายรุ่นอาทิ   Subaru  Outback   ในเวอร์ชั่นตลาดอเมริกา ทางแบรนด์ศึกษาความต้องการ และใช้เวลาเงียบอยู่กว่า 3 ปี

ซูบารุต้องการเครื่องยนตืที่มีประสิทธิภาพและยังใช้เวลาในการพัฒนารวดเร็ว การจับเครื่อง 6 สูบ มาหั่นให้เหลือ 4 สูบ แล้ว ปรับการทำงานให้เป็นเครื่องยนต์ดีเซล ตัวเครื่องทั้งฝาสูบและเสื้อสูบเป็นอลูมิเนียมทั้งหมด อาจจะกล่าวได้ว่า มันน่าจะเป็นเครื่องดีเซลแรกๆ ที่มาพร้อมเสื้อสูบอลูมิเนียม

ทางทีมวิศวกรปรับขนาดกระบอกสูบและช่วงชักให้มีความสมมาตร ด้วยห้องสูบสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีอัตรากระบอกสูบและช่วงชัก 86.0 X 86.0   มม. มีขนาดปริมาตรจริง 1,998 ซีซี ติดตั้งระบบเทอร์โบแปรผัน จาก   IHI   ทางด้านขวาของเครื่องติดกับชุดท่อไอเสีย เพื่อลดการรอรอบ

ส่วนชุดหัวฉีกเป็นระบบคอมมอนเรลจาก  Denso   มีกำลังแรงดันสูงถึง 180 เมกะปาสคาล ในห้องเผาไหม้มีกำลังอัดสูงถึง 16.3 : 1  มันตอบสนองในการขับขีดี จากทางทีมงานซูบารุ เรียกเครื่องยนต์ตั้งนี้ว่า  “Sport Diesel”   ตอนเปิดตัวในงาน   Geneva motor Show  2008   ครั้งแรก  มันปล่อยไอเสียต่ำเพียง 148 กรัม/กิโลเมตร ใน  Subaru Legacy sedan

เครื่องยนต์ทำกำลังขับทั้งสิ้น 150   PS   สูงสุดที่ 3,600 รอบต่อนาที และทำแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,800 รอบต่อนาที

การปล่อยไอเสียในตอนนั้นผ่านเกณฑ์มาตรฐานไอเสียระดับยูโร 4 และทางซุบารุมีแผนในการพัฒนาให้ตอบได้ถึง   Euro 5   และ   Euro  6   ภายในปี 2015

ทางซูบารุแนะนำลงในรถ   Subaru  Outback   และ  Subaru Legacy   เวอร์ชั่นยุโรปก่อน  ใช้ชื่อรุ่นว่า 2.0 D หลังจากนั้นในงาน  Paris Motor  Show  2008   (ปีเดียวกัน) จึงแนะนำลงใน   Subaru Forester   และ   Subaru Impreza   รุ่นขายในยุโรป ได้รับการอัพเกรดติดตั้ง   DPF  (Diesel Particular Filter)   รวมถึงชุดเกียร์ธรรมดา 6 สปีด รุ่นใหม่ รองรับแรงบิดมหาศาล ในตัวฟอร์เรสเตอร์ อัตราไอเสียต่ำเพียง 167 กรัม /กิโลเมตรเท่านั้น

ในปี 2013  เครื่องบ๊อกเซอร์ดีเซลดูเหมือนจะไม่ตาย ไปง่ายๆ ทางซูบารุมีแผนนำมันมาทำเป็นเครื่องยนต์ดีเซลไฮบริด โชว์ออกมาในต้นแบบ   Subaru Viziv Concept   มันติดตั้งมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว มอเตอร์ตัวหน้าติดตั้งเข้ากับเครื่องยนต์ทำหน้าที่เป็นเจนเนอร์เรเตอร์ ปั้นไฟฟ้ากลับไปแบตเตอร์รี่  ลิเธียมไอออน

Subaru Viziv Concept
รถต้นแบบ Subaru Viziv Concept

อีก 2 ตัวทางด้านหลัง ติดตั้งอิสระในแต่ะละล้อ เพื่อช่วยขับขี่ได้อย่างประสิทธิภาพ ความฝันดีเซลไฮบริดซูบารุยังไม่จบเพียงเท่านี้ พวกเขายังพร้อมแนะนำระบบ  SI Drive   โหมดขับขี่อันชาญฉลาดให้ความสปอร์ตไปพร้อมกัน

ความตั้งใจขายเครื่องยนต์ดีเซลของซูบารุมาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อกฎทางด้านไอเสียเริ่มเข้มงวดมากขึ้น ตามวิธีทดสอบใหม่ ที่เรียกว่า   WLTP   เริ่มบังคับใช้ในยุโรปในช่วงปี 2018 เดือนสิงหาคมปีนั้น ซูบารุ ประเทศอังกฤษ รวมถึงในหลายประเทศทางยุโรป ประกาศหยุดขายรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล

ซูบารุดีเซล ขายมาถึง Subaru Outback – Forester รุ่นที่แล้ว โดยมันเพิ่งเลิกจำหน่ยเมื่อปี 2018

แต่ในบรรดาสาวกที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลค่ายดาวลูกไก่ เชื่อว่านั่นไม่น่าใช่ปัญหา เพราะซูบารุเองก็มีแผนในการพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นนี้ให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ายูโร 6 ประเด็นที่น่าเป็นห่วง จากที่มีโอกาสไปดูข้อมูลตามบอร์ดผู้ใช้ Boxer  Diesel ชี้ว่า เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นแรก (ที่มากับ   Forester SH)  มีโอกาสที่ข้อเหวี่ยงจะไม่ได้ศูนย์ในระยะยาวด้วยเหตุผลบางประการ (รถเวอร์ชั่นหลังปี 2012 จะไม่มีปัญหาดังกล่าว)

ในระยะหลังปัญหาที่น่ากวนใจของเครื่องยนต์ดีเซลสมัยใหม่ อย่างการอุดตันของ   DPF   เริ่มกลายเป็นประเด็นปัญหา ต่อคนใช้งานรถในเมือง  รวมถึงด้วยแรงบิดมหาศาลของมันในเกียระรรมดามีรายงานจากผู้ใช้ว่า คลัทช์หมดไวอาจจะด้วยในบางคน

อย่างไรก็ดี การตัดสินไม่ทำเครื่องยนต์ดีเซลต่อของซูบารุ อาจจะเป็นทางออกที่ถูกต้อง ค่ายรถยนต์เมืองกุนมะ อาจมองไปไกลกว่าว่า ถึงจะทำดีเซลให้ดีสักแค่ไหน ก็อาจจะได้ใจเพียงลูกค้าชอบความแรง ไม่ได้ความตั้งใจในการลดปล่อยไอเสีย การเข้าไปร่วมมือกับ   Toyota   ทำให้ ซูบารุ ได้มีโอกาสรู้จักระบบไฮบริด และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในแบบที่พวกเขาต้องการ

ปัจจุบัน ซูบารุแนะนำ ระบบเครื่องยนต์  e-Boxer   เข้ามาประจำการ ในรถยนต์   Subaru  Forester , Subaru  XV   และวางขายในหลายตลาด และยังมีแผนในการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฮบริดเสียบปลั้ก แต่ก็นับว่าน่าเสียดายที่เครื่องยนต์ดีเซล ต้องหายไป

เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง

ข้อมูล จาก Subaru  Global   และ  การรวบข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต

 

Comments are closed.